<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ท่องเที่ยว เพชรบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยว &#187; ท่องเที่ยว</title>
	<atom:link href="http://phetchabun.kapook.com/tag/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://phetchabun.kapook.com</link>
	<description>เขาค้อ ภูทับเบิก คลิกเลย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 05 Nov 2009 08:54:59 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>นอนดูดาวบนดินที่ ภูทับเบิก</title>
		<link>http://phetchabun.kapook.com/00008/</link>
		<comments>http://phetchabun.kapook.com/00008/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Dec 2008 09:21:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>patcharin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://phetchabun.kapook.com/?p=91</guid>
		<description><![CDATA[

 ภูทับเบิกตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า หรือห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร 
ภูทับเบิกมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์
 นอกจากนี้ภูทับเบิกยังเป็นสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว (เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542) เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542
ปัจจุบันภูทับเบิกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 16 โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะพบเห็นไร่กะหล่ำปลีอยู่สองข้างถนนสู่ทับเบิกสวยงาม ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีดอกซากุระหรือนางพญาเสือโครงสีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา
นอกจากนี้ในยามค่ำคืนยังมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มสักที่อยู่เบื้องล่าง เปรียบได้กับ &#8220;ดาวบนดิน&#8221; จากสภาพดังกล่าว ทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น วิถีชีวิตชาวเขา และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า &#8220;นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/phutubberk.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-92" title="phutubberk" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/phutubberk.jpg" alt="" width="220" height="157" /></a></pre>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/tubburg02.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-93" title="tubburg02" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/tubburg02-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></pre>
<p><span style="color: #333300;"><span style="color: #000000;"> </span><strong>ภูทับเบิกตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า หรือห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร</strong> </span></p>
<p><strong>ภูทับเบิกมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา</strong> มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์</p>
<p><span style="color: #003300;"><span style="color: #000000;"> </span>นอกจากนี้ภูทับเบิกยังเป็นสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว (เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542) เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542</span></p>
<p>ปัจจุบันภูทับเบิกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 16 โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะพบเห็นไร่กะหล่ำปลีอยู่สองข้างถนนสู่ทับเบิกสวยงาม ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีดอกซากุระหรือนางพญาเสือโครงสีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา</p>
<p>นอกจากนี้ในยามค่ำคืนยังมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มสักที่อยู่เบื้องล่าง เปรียบได้กับ <span style="color: #000080;"><strong><span style="color: #0000ff;">&#8220;ดาวบนดิน&#8221;</span></strong> </span>จากสภาพดังกล่าว ทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น วิถีชีวิตชาวเขา และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า<strong><span style="color: #000080;"> </span><span style="color: #0000ff;">&#8220;นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน&#8221;</span></strong></p>
<p><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/2207.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-94" title="2207" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/12/2207.gif" alt="" width="19" height="19" /></a> <strong><span style="color: #003366;"><span style="color: #000080;">สิ่งอำนวยความสะดวก</span></span></strong></p>
<p>บริเวณหมู่บ้านทับเบิกและจุดชมวิว มีบ้านพัก เต็นท์ และร้านอาหารเปิดบริการแก่นักท่องเที่ยว</p>
<p><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/ann57.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-78" title="ann57" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/ann57.jpg" alt="" width="64" height="32" /></a><strong><span style="color: #000080;">การเดินทาง สู่ภูทับเบิก</span></strong></p>
<p>จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตรงไป ประมาณ 12.6 กิโลเมตร จากนั้น เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงหลายเลข 2331 ไปภูทับเบิก ขับไปตามเส้นทาง ซึ่งเป็นทางขึ้นเขา ระยะทางประมาณ 17.7 กิโลเมตร รวมโค้งหักศอก ทะแยงขึ้น-ลง ได้ประมาณ 111 โค้ง  ระหว่างนี้ จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติด้านล่างที่สวยงามตลอดเส้นทาง เมื่อถึงสามแยกที่มีป้ายอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และด่านเก็บเงินค่าเยี่ยมชมอุทยาน ให้เลี้ยวขวา ไม่ต้องเข้าไปในอุทยาน ขับตรงไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวขวาขึ้นไปยังจุดชมวิว ขับไปประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงลานจอดรถ จากนั้นก็เดินเท้าประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงจุดชมวิว&#8230;ภูทับเบิก</p>
<p>เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง</p>
<p>อีกเส้นทางหนึ่งใช้เส้นทางด้านอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เลยที่ทำการอุทยานฯ มาประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงภูทับเบิก หากขับรถต่อไปจะมาบรรจบกับเส้นทางที่จะลงไปยังอำเภอหล่มเก่า</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a><br />
- <a href="http://www.khaoko.com/index.php?lay=show&amp;ac=article&amp;Id=280061&amp;Ntype=5" target="_blank">khaoko.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://phetchabun.kapook.com/00008/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รำลึก อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ</title>
		<link>http://phetchabun.kapook.com/00007/</link>
		<comments>http://phetchabun.kapook.com/00007/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 Nov 2008 08:05:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>patcharin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เขาค้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://phetchabun.kapook.com/?p=83</guid>
		<description><![CDATA[
อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้ออยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ อยู่เลยฐานอิทธิ ไปอีก 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นด้วยเงินบริจาค ของประชาชนและ ข้าราชการทุกฝ่าย เพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ทหาร ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพในการสู้รบ และป้องกันผืนแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากภัยของผู้หลงผิดคิดร้ายต่อประเทศชาติ ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 และเพื่อเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า &#8220;ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้าหาญ 1,171 ชีวีต ที่จารึกไว้กับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก&#8221;


พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2526 โดยสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคของประชาชนและข้าราชการทุกฝ่าย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดอนุสรณ์แห่งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2527 และตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 เป็นต้นมา ทางจังหวัดเพชรบูรณ์ได้กำหนดให้วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันสมโภช [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k1.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-84" title="k1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k1.gif" alt="" width="300" height="196" /></a></pre>
<p><strong>อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้ออยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ อยู่เลยฐานอิทธิ ไปอีก 1 กิโลเมตร</strong> สร้างขึ้นด้วยเงินบริจาค ของประชาชนและ ข้าราชการทุกฝ่าย เพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ทหาร ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพในการสู้รบ และป้องกันผืนแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากภัยของผู้หลงผิดคิดร้ายต่อประเทศชาติ ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 และเพื่อเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า <strong><span style="color: #993300;">&#8220;ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้าหาญ 1,171 ชีวีต ที่จารึกไว้กับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก&#8221;<br />
</span></strong></p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k6.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-86" title="k6" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k6.gif" alt="" width="223" height="145" /></a></pre>
<p>พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2526 โดยสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคของประชาชนและข้าราชการทุกฝ่าย <span style="color: #0000ff;">โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดอนุสรณ์แห่งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2527 และตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 เป็นต้นมา ทางจังหวัดเพชรบูรณ์ได้กำหนดให้วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันสมโภช อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อแห่งนี้<br />
</span></p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k5.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-85" title="k5" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k5.gif" alt="" width="222" height="145" /></a></pre>
<p>บนอนุสรณ์แห่งนี้ เป็นจุดชมวิวที่มองเห็น อาณาบริเวณได้กว้างไกลมาก ลักษณะโครงสร้างเป็นหินอ่อนรูปสามเหลี่ยมความสูงจากแท่นบูชาถึงยอดอนุสรณ์สถาน 24 เมตร ซึ่งรูปทรง <strong>&#8220;สามเหลี่ยม&#8221; หมายถึง การปฏิบัติการร่วมกัน ระหว่าง พลเรือน ตำรวจ ทหาร ในปี พ.ศ. 2524 อันเป็นปีที่เปิดยุทธการครั้งใหญ่</strong> ฐานอนุสรณ์สถาน กว้าง 11 เมตร หมายถึง พ.ศ. 2511 อันเป็นปีที่เริ่มการปฏิบัติการรุนแรงของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่นี้ ความกว้างฐานสามเหลี่ยมด้านละ 2.6 เมตร หมายถึง พ.ศ. 2526 อันเป็นปีที่เริ่มการก่อสร้างอนุสรณ์ สถานแห่งนี้ และมีความสูงจากฐานถึงยอดอนุสรณ์สถาน 25 เมตร หมายถึง พ.ศ. 2525 อันเป็นปีที่สิ้นสุดการต่อสู้ด้วยอาวุธ</p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k7.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-87" title="k7" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/k7.gif" alt="" width="222" height="145" /></a></pre>
<p><span style="color: #0000ff;">ผนังภายในบันทึกประวัติอนุสรณ์สถานและรายชื่อวีรชนผู้เสียสละไว้ด้วย ด้านตรงข้ามเป็นฐานกรุงเทพ เป็นเนินเตี้ยๆ มีหลุมหลบภัย มีฐานยิงปืนใหญ่สนับสนุนการสู้รบกับ ผกค.ในอดีดเป็นฐานแห่งแรกที่ทหารไทยยึดคืนมาได้จาก ผกค. และเป็นจุดวางแผนในการปฎิบัติงานวางแผนในการสู้รบ </span>เมื่อยืนอยู่ที่ฐานกรุงเทพ สามารถมองเห็นเส้นทางคดเคี้ยว ที่เชื่อมต่อกัน เห็นทัศนียภาพของอำเภอเขาค้อ ได้ชัดเจนที่สุด เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก</p>
<pre><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/ann571.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-89" title="ann571" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/ann571.jpg" alt="" width="64" height="32" /></a><strong><span style="color: #003366;">การเดินทาง</span></strong><strong><span style="color: #003366;"></span></strong></pre>
<p>จากสี่แยกสะเดาะพง ไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 28 ไปเล็กน้อย มีทางแยกขวาไปเส้นทางหมายเลข 2323 ขึ้นเขาประมาณ 3 กิโลเมตร ช่วงนี้ทางจะชันมาก จะเห็นพิพิธภัณฑ์ อยู่ทางด้านขวา และเมื่อตรงไปประมาณ 500 เมตร ถึงอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ  รวมระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a><br />
- <a href="http://www.phetchabun.go.th/" target="_blank"><span style="color: #b85b5a;">phetchabun.go.th</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://phetchabun.kapook.com/00007/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สัมผัสไอหนาว ที่ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว</title>
		<link>http://phetchabun.kapook.com/00004/</link>
		<comments>http://phetchabun.kapook.com/00004/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Nov 2008 09:44:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>patcharin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำหนาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://phetchabun.kapook.com/?p=47</guid>
		<description><![CDATA[
          อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์ ได้รับความนิยมในหมู่นักเดินทางที่ชอบสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น และเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 อยู่ห่างจากอำเภอหล่มสักประมาณ 55 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 145 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ป่ารอยต่อสองจังหวัด คือในเขตอำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์และอำเภอคอนสาน จังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่รวม 603,750 ไร่
          สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน อากาศจะหนาวเย็นที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย มีสัตว์ป่าชุกชุมรวมทั้งนกชนิดต่างๆ ตามเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติบนเขาสูงผ่านจุดชมวิวริมหน้าผาสวยงาม อาทิ ผากลางโหล่น ผาล้อม ผากอง นอกจากนั้นยังมีถ้ำและน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง กิจกรรมส่วนใหญ่คือการชมทิวทัศน์ ดูนก ดูผีเสื้อ พักกางเต็นท์ รับบรรยากาศธรรมชาติ
สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ
           น้ำตกตาดพรานบา ทางเข้าอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว กิโลเมตรที่ 20 ไปตามทางหลวงหมายเลข 2211 สายบ้านห้วยสนามทราย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/npc1131.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-58" title="npc1131" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/npc1131-255x300.jpg" alt="" width="255" height="300" /></a></pre>
<p><strong>          อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์</strong> ได้รับความนิยมในหมู่นักเดินทางที่ชอบสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น และเดินป่าศึกษาธรรมชาติ <span style="color: #3366ff;">ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2515</span> อยู่ห่างจากอำเภอหล่มสักประมาณ 55 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 145 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ป่ารอยต่อสองจังหวัด คือในเขตอำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์และอำเภอคอนสาน จังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่รวม 603,750 ไร่</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong><span style="color: #000000;">          </span></strong>สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน อากาศจะหนาวเย็นที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำหลายสาย </span>เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย มีสัตว์ป่าชุกชุมรวมทั้งนกชนิดต่างๆ ตามเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติบนเขาสูงผ่านจุดชมวิวริมหน้าผาสวยงาม อาทิ ผากลางโหล่น ผาล้อม ผากอง นอกจากนั้นยังมีถ้ำและน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง กิจกรรมส่วนใหญ่คือการชมทิวทัศน์ ดูนก ดูผีเสื้อ พักกางเต็นท์ รับบรรยากาศธรรมชาติ</p>
<p><strong><span style="color: #993300;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/155536795.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-55" title="155536795" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/155536795.gif" alt="" width="50" height="50" /></a>สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ</span></strong></p>
<p><strong>          </strong><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /></a> <span style="color: #008000;"><strong>น้ำตกตาดพรานบา</strong> </span>ทางเข้าอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว กิโลเมตรที่ 20 ไปตามทางหลวงหมายเลข 2211 สายบ้านห้วยสนามทราย &#8211; อำเภอหล่มเก่า และแยกขวาเข้าไปอีก 5 กิโลเมตร รถยนต์สามารถเข้าถึงได้ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี น้ำไหลลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร น้ำพุ่งเป็นลำสู่เบื้องล่าง แบ่งเป็นสองชั้น สาเหตุที่มีชื่อว่าตาดพรานบานั้นมาจากพรานบาเป็นผู้เข้าไปพบน้ำตกแห่งนี้เป็นคนแรก</p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n4.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-48" title="n4" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n4.jpg" alt="" width="260" height="173" /></a></pre>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /> <strong><span style="color: #008000;">ถ้ำผาหงษ์ (จุดชมพระอาทิตย์ตก)</span></strong> ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 10 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไป 500 เมตรถึงลานจอดรถ จะพบบันไดทางขึ้นไปยังจุดชมวิวจำนวน 259 ขั้น บนยอดเขามีหินตะปุ่มตะป่ำอยู่ทั่วไป มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล เหมาะในการชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น จากลานจอดรถมีทางเดินเท้าผ่านป่าไผ่ประมาณ 300 เมตร ถึงปากถ้ำผาหงส์ บนปากถ้ำมีพระพุทธรูปให้สักการะ</p>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /> <strong><span style="color: #008000;">จุดชมวิวภูค้อ (จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น)</span></strong> อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 46 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุด โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น โดยสามารถมองเห็นภูกระดึงและภูผาจิตที่อยู่ข้างหน้าได้ นอกจากนี้ ทางอุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติบริเวณจุดชมวิวภูค้อ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินขึ้นเขา 2 ชั่วโมง</p>
<pre> <a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n83.jpg"></a></pre>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-50" title="n83" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n83-300x198.jpg" alt="" width="300" height="198" /></p>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /> <span style="color: #008000;"><strong>สวนสนบ้านแปก (ดงแปก)</strong> </span>ทางเข้าอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 49 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสองใบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่เพียงชนิดเดียวตามธรรมชาติ ต้นไม้พื้นล่างประกอบด้วยทุ่งหญ้าและหญ้าเพ็กเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ที่บริเวณสวนสนบ้านแปกทางอุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าสนสองใบ โดยเริ่มจากปากทางเข้าตัวอุทยานฯ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์เข้าไปได้ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วจะต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 500 เมตร</p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n6.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-51" title="n6" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n6.jpg" alt="" width="300" height="197" /></a></pre>
<p><span style="color: #008000;"><strong><span style="color: #000000;">          </span><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" />สวนสนภูกุ่มข้าว</strong> </span>ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 53 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ มีทางลูกรังมาตรฐานจากแยกกิโลเมตรที่ 53 ถึงสวนสนภูกุ่มข้าว ระยะทาง 15 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสามใบ ลำต้นขนาดสูงใหญ่ ตั้งแต่ 30-40 เมตรขึ้นอยู่ตามธรรมชาติอย่างหนาแน่นทบไม่มีไม้อื่นปะปนอยู่ในพื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร ไม้พื้นล่าง ประกอบด้วยทุ่งหญ้าคา หญ้าเพ็กจำนวนมากเช่นเดียวกัน ในฤดูแล้ง ทุ่งหญ้าใต้ต้นสนจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลแก่ พอถึงฤดูฝนใหม่ทุ่งหญ้าเหล่านี้ก็จะกลับเขียวอีกครั้งหนึ่ง เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ ไป โดยเฉพาะฤดูฝนตาม ทุ่งหญ้าจะมีพันธุ์ไม้หลากสี นานาพรรณขึ้นอยู่ อย่างสวยงามมาก บริเวณสวนสนนี้ มีเนินเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่ง เรียกว่า &#8220;ภูกุ่มข้าว&#8221; สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 880 เมตร เป็นเนินเขาที่เป็น จุดเด่นจุดหนึ่ง ท่ามกลางสวนสน เมื่อยืนอยู่บนเนินเขาภูกุ่มข้าวจะเห็นยอดสนอยู่ในระดับสายตาเป็นแนวติดต่อกันทั้งสี่ด้าน ดูแล้วจะเห็นคล้ายๆ ท้องทะเลของยอดสน เมื่อมองไปทางทิศใต้จะเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ (น้ำพรม) ที่กว้างใหญ่</p>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /><strong><span style="color: #008000;">น้ำตกซำผักคาว</span></strong> เป็นน้ำตกเล็ก ๆ ตอนบนของลำห้วยสนามทราย มีทางเดินเท้าเข้าไปตรงกิโลเมตร 64 ถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ น้ำตกมีความสูงประมาณ 3 เมตร</p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n5.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-54" title="n5" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n5.jpg" alt="" width="260" height="172" /></a></pre>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /> <strong><span style="color: #008000;">ถ้ำใหญ่น้ำหนาว หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า &#8220;ภูน้ำริน&#8221;</span></strong> ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 60 ทางหลวงหมายเลข 2216 (สายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า) มีทางแยกเข้าถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตรซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำชมภายในถ้ำ ถ้ำใหญ่น้ำหนาวเป็นถ้ำภายในเขาหินปูนสูงประมาณ 955 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความงามวิจิตรพิศดารโดยธรรมชาติ มีหินงอกหินย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ และที่แปลกที่สุดคือ มีน้ำไหลหรือน้ำรินออกจากปากถ้ำ ภายในถ้ำยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนมาก มีปล่องธรรมชาติที่แสงแดดสามารถส่องเข้าไปภายในถ้ำเป็นช่วง ๆ ทำให้อากาศไหลเวียนเย็นสบาย บริเวณที่นักท่องเที่ยวทั่วไปนิยมเดินชมมีระยะทาง 400 เมตร ใช้เวลาในการเดินชมประมาณ 1 ชั่วโมง มีไฟฟ้าให้แสงสว่างและมีทางเดินเท้าไปตามคูหาต่างๆ สุดทางเดินมีม่านหินงดงาม ถัดจากจุดนี้ไปเป็นโพรงถ้ำลึกที่มีทางยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งยังไม่สะดวกต่อการเข้าชม</p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-52" title="n2" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n2.jpg" alt="" width="261" height="167" /></a></pre>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /><span style="color: #008000;"><strong>น้ำตกเหวทราย</strong> </span>ทางเข้าอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 67 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ระยะทางเดินเท้า 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดที่เกิดขึ้นจากห้วยสนามทรายซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตแดนตามธรรมชาติระหว่างอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ มีความสูง 20 เมตร บริเวณลำห้วยใต้น้ำตกมีแอ่งน้ำ สามารถเล่นน้ำได้ ใต้น้ำตกมีชะง่อนหินเป็นเพิง สามารถหลบฝนหรือพักแรมได้ บรรยากาศตามบริเวณลำห้วยน่าเดินเล่น เพราะมีต้นไม้ปกคลุมตลอด น้ำตกนี้มีน้ำในช่วงฤดูฝนถึงเดือนพฤศจิกายน</p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n3.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-53" title="n3" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/n3.jpg" alt="" width="261" height="172" /></a></pre>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /><span style="color: #008000;"><strong>น้ำตกทรายทอง</strong> </span>อยู่ห่างจากน้ำตกเหวทรายประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกที่มีความกว้างที่สุดคือ ประมาณ 30 เมตร สูง 4 เมตร มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในฤดูฝน น้ำตกมีประมาณน้ำมากตกลงมาเป็นหน้ากว้าง สวยงามมากเช่นเดียวกัน</p>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /><span style="color: #008000;"><strong>น้ำผุด</strong> </span>จากน้ำตกทรายทองไปไม่ไกล จะพบกับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงาม คือมีน้ำไหลผุดมาตามก้อนหินมองดูคล้ายกับบ่อน้ำพุร้อน</p>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /><span style="color: #008000;"><strong>ป่าเปลี่ยนสี</strong> </span>อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 63-70 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปีผืนป่าบริเวณนี้จะผลัดใบเปลี่ยนสีซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงาม</p>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /><strong><span style="color: #008000;">ภูผาจิต (ภูด่านอีป้อง)</span></strong> ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 69 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ระยะทางเดินประมาณ 10 กิโลเมตร เส้นทางเดินค่อนข้างลำบาก ใช้เวลาเดินประมาณ 6-7 ชั่วโมง เป็นป่าที่สวยงาม ลักษณะเด่นเป็นภูเขาที่มีที่ราบบนยอดเขาคล้ายกับภูกระดึงแต่เล็กกว่า เป็นภูเขาที่มียอดราบแบบโต๊ะ มีไม้สนขึ้นอยู่ประกอบด้วยป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ มีต้นไม้มีค่าหลายชนิด ภูเขานี้มียอดสูงสุดในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สูง 1,271 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง</p>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /><span style="color: #008000;"><strong>ผาล้อมผากอง</strong> </span>ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 40 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า หน่วยพิทักษ์อุทยานภูผากลางดง (ซำม่วง) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5-7 กิโลเมตร ลักษณะเป็นภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,134 เมตร เป็นเขาหินปูนเมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบ ๆ บริเวณได้ สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วยพรรณไม้ที่มีค่ามาก บริเวณใกล้เคียงยังมีผากลางโหล่น มีความสูงประมาณ 850 เมตร ผาต้นฮอม มีความสูงประมาณ 900 เมตร ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามมากเช่นเดียวกัน</p>
<p><strong><img class="alignnone size-medium wp-image-55" title="155536795" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/155536795.gif" alt="" width="50" height="50" />นอกจากนี้ทางอุทยานฯ ได้จัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่า ได้แก่</strong></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong><span style="color: #000000;">          </span><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" />เส้นทางแรก</strong> </span>เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร เริ่มต้นจากทางแยกใกล้ที่ทำการอุทยานฯ ระหว่างทางจะได้พบเห็นสัตว์ป่า เช่น หมาไม้ และนกชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะพบรอยช้างจำนวนมาก เส้นทางนี้ขากลับจะออกมาสู่บริเวณ ทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ</p>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /><span style="color: #3366ff;"><strong>เส้นทางที่สอง</strong> </span>เริ่มจากทางเดินตรงข้ามที่ทำการอุทยานฯ ลัดเลาะผ่านป่าเต็งรัง บ่อดินโป่งซึ่งมีช้าง กวาง และสัตว์อื่นๆ ทางสายนี้ไปสิ้นสุดที่หน่วยพิทักษ์อุทยานซำบอน รวมระยะทาง 8 กิโลเมตร และถ้าเดินกลับที่พักต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร หากนักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์ต้องการเดินชมธรรมชาติต่อสามารถใช้เส้นทางเดินเท้าราบที่ทางอุทยานฯ ได้จัดไว้โดยเริ่มจากหน่วยพิทักษ์อุทยานซำบอนผ่านใจกลางอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สุดทางจะเป็นจุดเด่นอยู่ท่ามกลางสวนสน เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนเนินภูกุ่มข้าวจะเห็นยอดสนในบริเวณสวนสนอยู่ในระดับสายตา สามารถเห็นทะเลยอดสนล้อมรอบทั้งสี่ทิศ ระหว่างทางเดินจะพบสัตว์ป่า เช่น ช้าง กวาง เก้ง ระยะทางหน่วยพิทักษ์ซำบอนถึงสวนสน ประมาณ 12 กิโลเมตร</p>
<p><strong>          </strong><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" /><span style="color: #3366ff;"><strong>เส้นทางที่สาม</strong> </span>จุดเริ่มต้นอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปประมาณ 800 เมตร เป็นทางเข้าชมป่าสน หรือภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ป่าแปก ทางสายนี้นักท่องเที่ยวจะได้ชมไม้สนขึ้นเรียงรายอยู่เป็นระยะๆ และอาจจะได้พบช้างป่า กวางป่า เก้ง รวมทั้งรอยเท้าเสือด้วย</p>
<p><strong>          นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวยังมีเส้นทางเดินป่าระยะไกลอีก 3 เส้นทาง</strong> ได้แก่ เส้นทางพิชิตยอดภูผาจิต ระยะทางไป-กลับ ประมาณ 15 กิโลเมตร เส้นทางเที่ยวถ้ำห้วยประหลาด ระยะทางไป-กลับ ประมาณ 15 กิโลเมตร และ เส้นทางเที่ยวป่าผาล้อม-ผากลอง ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong><span style="color: #000000;">          </span><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="no_pui_20050308102315_1" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/no_pui_20050308102315_1.gif" alt="" width="30" height="30" />อัตราค่าเข้าอุทยานฯ</strong> </span>นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ ราคา 20 บาท เด็ก ราคา 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ ราคา 400 บาท เด็ก ราคา 200 บาท</p>
<p><strong><span style="color: #800000;"><img class="alignnone size-medium wp-image-55" title="155536795" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/155536795.gif" alt="" width="50" height="50" />สถานที่พัก</span></strong></p>
<p><strong>          </strong>ทางอุทยานฯ มีบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 6 หลัง พักได้ 4-30 คน ราคา 800 &#8211; 3,200 บาท มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ 2-3 คน ราคา 50-250 บาท ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ ราคา 30 บาท/คน/คืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว โทร. 0 5672 9002 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 หรือ <a href="http://www.dnp.go.th">www.dnp.go.th</a></p>
<p><strong><span style="color: #800000;"><img class="alignnone size-medium wp-image-55" title="155536795" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/155536795.gif" alt="" width="50" height="50" />การเดินทาง</span></strong></p>
<p><strong>          ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว</strong> ตั้งอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 50 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นเพชรบูรณ์-หล่มสัก ถึงสี่แยกหล่มสักประมาณ 39 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 50 เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามป้ายชี้ทางเข้าสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ<br />
ซึ่งเป็นทางลูกรังอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong><span style="color: #000000;">          </span>หากเดินทางโดยรถประจำทาง</strong> </span>สามารถขึ้นรถโดยสารสายชุมแพ-หล่มสัก จากอำเภอชุมแพ หรืออำเภอหล่มสักซึ่งมีรถออกทุกชั่วโมง รถจะผ่านหน้าทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ ค่าโดยสารจากอำเภอหล่มสักมาถึงปากทางเข้าอุทยานฯ ประมาณ 40 บาท ในช่วงฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือนตุลาคมถึงมกราคม จะมีรถท้องถิ่นให้บริการจากที่ทำการอุทยานฯไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในอุทยานฯ คิดราคาเช่าเหมาประมาณวันละ 1,800 บาท</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก</p>
<pre><a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a>

- <a href="http://www.phetchabun.go.th/" target="_blank">phetchabun.go.th</a>
- <a href="http://www.muangthai.com" target="_blank">muangthai.com</a></pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://phetchabun.kapook.com/00004/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มนต์เสน่ห์แห่ง เขาค้อ</title>
		<link>http://phetchabun.kapook.com/00003/</link>
		<comments>http://phetchabun.kapook.com/00003/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 01 Nov 2008 08:27:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>patcharin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เขาค้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://phetchabun.kapook.com/?p=34</guid>
		<description><![CDATA[ 

 เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมทิวเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขตอำเภอเขาค้อ เหตุที่เรียกกันว่า “เขาค้อ”  เพราะป่าบริเวณนี้เดิมมี &#8220;ต้นค้อ&#8221; ซึ่งเป็นไม้ตระกูลปาล์มขึ้นอยู่มาก ภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นสบายตลอดปีแม้ในฤดูร้อน และค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้ เฉลี่ยประมาณ 3 องศา ในช่วงเดือน ธันวาคม &#8211; กุมภาพันธ์ สำหรับฤดูฝนฝนจะตกซุก รวมทั้งมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์

เขาค้อประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ยอดเขาค้อมีความสูงประมาณ 1,174 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล  เขาย่าสูง 1,290 เมตรและเขาใหญ่ สูง 865 เมตร  นอกจากนั้นยังมีเขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทรายและเขาอุ้มแพ ลักษณะป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ ที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง

 จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณเขาค้อมีหลายแห่งโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบกับคอมมิวนิสต์  ได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ  พิพิธภัณฑ์อาวุธ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre> <a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/top_01.jpg"></a></pre>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-35" title="top_01" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/top_01-300x147.jpg" alt="" width="300" height="147" /></p>
<p><strong> </strong><span style="color: #800000;"><strong>เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมทิวเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์</strong> ในเขตอำเภอเขาค้อ เหตุที่เรียกกันว่า “เขาค้อ”  เพราะป่าบริเวณนี้เดิมมี &#8220;ต้นค้อ&#8221; ซึ่งเป็นไม้ตระกูลปาล์มขึ้นอยู่มาก ภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นสบายตลอดปีแม้ในฤดูร้อน และค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้ เฉลี่ยประมาณ 3 องศา ในช่วงเดือน ธันวาคม &#8211; กุมภาพันธ์ สำหรับฤดูฝนฝนจะตกซุก รวมทั้งมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์<br />
</span><br />
เขาค้อประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ยอดเขาค้อมีความสูงประมาณ 1,174 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล  เขาย่าสูง 1,290 เมตรและเขาใหญ่ สูง 865 เมตร  นอกจากนั้นยังมีเขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทรายและเขาอุ้มแพ ลักษณะป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ ที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง</p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kaokor.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-40" title="kaokor" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kaokor.jpg" alt="" width="220" height="157" /></a></pre>
<p><span style="color: #008000;"> จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณเขาค้อมีหลายแห่งโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบกับคอมมิวนิสต์  ได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ  พิพิธภัณฑ์อาวุธ  อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ นอกจากนี้ยังมีพระบรมธาตุเจดีย์ ตำหนักเขาค้อ น้ำตก และรีสอร์ทที่สวยงามน่าพักมากมาย</span></p>
<p>ที่พักบนเขาค้อ มีให้เลือกหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตำบลทุ่งสมอและแคมป์สน ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเขาค้อประมาณ 30 กิโลเมตร ที่พักที่อยู่ใกล้ที่สุดได้แก่ บ้านพักทหารม้า กิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงสาย 2196 กองพลทหารม้าที่ 28   และเรือนพักผู้ติดตามอยู่ใกล้กับพระตำหนักเขาค้อและเขาย่า นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางขึ้นเขาค้ออีกหลายแห่ง</p>
<p><strong><span style="color: #333399;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/ann103.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-41" title="ann103" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/ann103.gif" alt="" width="16" height="16" /></a> การเดินทาง</span></strong></p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>ทางรถยนต์ส่วนตัว</strong><br />
</span></p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kho31.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-36" title="kho31" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kho31.jpg" alt="" width="235" height="154" /></a></pre>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #cc99ff;">เส้นทางที่ 1</span></span> จากเพชรบูรณ์ไปเขาค้อใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นเพชรบูรณ์-หล่มสัก ถึงสามแยกนางั่ว ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 อีก 30 กิโลเมตร</p>
<pre style="text-align: center;"><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kho28.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-37" title="kho28" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kho28.jpg" alt="" width="235" height="154" /></a></pre>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #cc99ff;">เส้นทางที่ 2</span></span> จากทางหลวงหมายเลข 12 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 100 บ้านแคมป์สน เลี้ยวเข้าเขาค้อตามทางหลวงหมายเลข 2196 อีกประมาณ 33 กิโลเมตร  เส้นทางนี้จะผ่านที่พักรีสอร์ทหลายแห่ง</p>
<p><strong>หมายเหตุ :</strong> พาหนะที่จะขึ้นเขาค้อ ไม่ควรใช้รถบัสขนาดใหญ่ เพราะมีทางโค้งมาก ถนนค่อนข้างแคบและลาดชัน ทำให้ยากต่อการ บังคับ และไม่ปลอดภัย การเดินทางควรใช้รถเก๋ง รถปิคอัพหรือรถตู้ ทำการตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพดี โดยเฉพาะระบบเบรก สภาพยาง คลัตซ์ และเครื่องยนต์ต้องมีกำลังสูงเพียงพอ  และควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง</p>
<p><strong><span style="color: #993300;">รถสองแถว<br />
</span></strong></p>
<pre><a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kho32.jpg"></a>  <a href="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kho30.jpg"></a></pre>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-38" title="kho32" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kho32.jpg" alt="" width="236" height="154" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-39" title="kho30" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/kho30.jpg" alt="" width="237" height="154" /></p>
<p>จาก อำเภอเมือง-เขาค้อ นั่งรถสองแถวสายเพชรบูรณ์-เขาค้อ ค่ารถโดยสารประมาณ 50-60 บาท จะผ่านเนินมหัศจรรย์ จุดชมวิวตลาดพืชผลทางการเกษตร สามแยกรื่นฤดี หอสมุดนานาชาติเขาค้อ ไปสุดสายที่ตลาดพัฒนาเยื้องที่ว่าการอำเภอเขาค้อ หากต้องการเที่ยวทั่วบริเวณเขาค้อ ควรเหมารถสองแถวเที่ยวจะสะดวกกว่า ราคาเหมาประมาณ 700-800 บาท/วัน</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #cc99ff;">จากอำเภอหล่มสัก-เขาค้อ</span></span><br />
นั่งรถสองแถวสายหล่มสัก-แคมป์สน ไปลงที่สามแยกแคมป์สน ค่ารถประมาณ 35-40 บาท แล้วต่อรถสองแถวสายแคมป์สน-เขาค้อ ค่ารถประมาณ 10-20 บาท รถจะผ่านไร่ บี.เอ็น. ไปสุดสายที่ว่าการอำเภอเขาค้อ หากต้องการเที่ยวทั่วบริเวณเขาค้อ ควรเหมารถสองแถวเที่ยวจะสะดวกกว่า ราคาเหมาประมาณ 700-800 บาท/วัน</p>
<p><strong><span style="color: #333399;"><img class="alignnone size-medium wp-image-41" title="ann103" src="http://phetchabun.kapook.com/wp-content/uploads/2008/11/ann103.gif" alt="" width="16" height="16" /> การเช่ารถ</span></strong><br />
สามารถเช่ารถสองแถวได้ที่ตัวเมืองเพชรบูรณ์ (หน้าวัดมหาธาตุ) สามแยกนางั่ว หรือปากทางแคมป์สน กิโลเมตรที่ 100 รถสองแถว จะนำท่องเที่ยวบนเขาค้อ โดยนำชมจุดต่าง ๆ ที่สำคัญ ราคาประมาณ 600-900 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง) บรรทุกได้ประมาณ 10-12 คน/คัน</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก</p>
<pre><a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a></pre>
<p>- <a href="http://www.tourphetchabun.com/modules.php?name=Content&amp;pa=showpage&amp;pid=10" target="_blank">tourphetchabun.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://phetchabun.kapook.com/00003/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
